ปุ๋ย 10-0-0 แมกนีเซียมไนเตรท

ปุ๋ย 10-0-0 แมกนีเซียมไนเตรท เป็นปุ๋ยเคมีที่มีลักษณะเป็นผงหรือเกล็ด ละลายน้ำได้อย่างสมบูรณ์ ประกอบด้วยธาตุอาหารหลักคือไนโตรเจนในรูปของไนเตรต (N-NO₃⁻) และธาตุอาหารรองคือแมกนีเซียม (MgO) จึงสามารถให้ทั้งธาตุหลักและธาตุรองได้ในเวลาเดียวกัน

  • สั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางเฟสบุ๊ค  คลิก  m.me/DTWPHYDROPONIC
  • สั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางไลน์  คลิก  https://lin.ee/rZav50E
  • โทร 02-7498597

คำอธิบาย

ปุ๋ย 10-0-0 แมกนีเซียมไนเตรท คืออะไร

ปุ๋ย 10-0-0 แมกนีเซียมไนเตรท (Magnesium Nitrate) เป็นปุ๋ยเคมีชนิดละลายน้ำได้ทั้งหมด (100% Water Soluble Fertilizer) ประกอบด้วยธาตุอาหารหลัก คือ ไนโตรเจน (Nitrogen; N) ในรูปไนเตรต (NO₃⁻) และธาตุอาหารรอง คือ แมกนีเซียม (Magnesium; Mg) ซึ่งเป็นธาตุอาหารสำคัญต่อการเจริญเติบโตของพืช

ไนโตรเจนในรูปไนเตรตเป็นรูปที่รากพืชสามารถดูดซึมไปใช้ได้ทันที โดยไม่ต้องอาศัยกระบวนการเปลี่ยนรูปของจุลินทรีย์ในดินเหมือนไนโตรเจนในรูปแอมโมเนียมหรือยูเรีย จึงช่วยให้พืชตอบสนองได้รวดเร็ว เหมาะสำหรับช่วงเร่งการเจริญเติบโต การแตกใบอ่อน การฟื้นฟูต้นหลังการเก็บเกี่ยว หรือช่วงที่พืชต้องการสร้างมวลชีวภาพอย่างรวดเร็ว

ในขณะเดียวกัน แมกนีเซียมเป็นธาตุอาหารรองที่มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างคลอโรฟิลล์ ซึ่งเป็นเม็ดสีเขียวที่ใช้ในการสังเคราะห์แสง ทำให้พืชสามารถผลิตคาร์โบไฮเดรต น้ำตาล และพลังงานที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ


จุดเด่นของปุ๋ย 10-0-0 แมกนีเซียมไนเตรท

✅ ไนโตรเจนในรูปไนเตรต (Nitrate-N)

ไนโตรเจนในรูปไนเตรตสามารถดูดซึมได้ทันทีหลังละลายน้ำ ช่วยให้พืชตอบสนองรวดเร็ว ลดระยะเวลาการเปลี่ยนรูปในดิน และลดความเสี่ยงจากการสูญเสียไนโตรเจนในบางสภาพแวดล้อมเมื่อเทียบกับไนโตรเจนบางรูปแบบ


✅ เสริมแมกนีเซียมในเวลาเดียวกัน

แมกนีเซียมเป็นอะตอมศูนย์กลางของโมเลกุลคลอโรฟิลล์ หากพืชได้รับแมกนีเซียมเพียงพอ จะช่วยให้ใบเขียวเข้ม การสังเคราะห์แสงมีประสิทธิภาพ และเพิ่มศักยภาพในการสร้างอาหาร


✅ ละลายน้ำได้ 100%

เหมาะสำหรับ

  • ระบบน้ำหยด (Drip Irrigation)
  • Fertigation
  • ไฮโดรโปนิกส์
  • สปริงเกลอร์
  • พ่นทางใบ
  • หว่านทางดินแล้วให้น้ำตาม

✅ ไม่มีคลอไรด์ (Chloride-Free)

เหมาะสำหรับพืชที่ไวต่อคลอไรด์ เช่น

  • ทุเรียน
  • มังคุด
  • องุ่น
  • สตรอว์เบอร์รี
  • เมล่อน
  • พืชมูลค่าสูงหลายชนิด

✅ ค่าความบริสุทธิ์สูง

เหมาะกับการใช้ร่วมกับระบบให้น้ำและการพ่นทางใบ ลดความเสี่ยงของตะกอนอุดตันเมื่อใช้อย่างถูกต้องและหลีกเลี่ยงการผสมกับสารที่ไม่เข้ากัน


องค์ประกอบทางวิชาการ

ธาตุอาหาร ปริมาณ หน้าที่
ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 10% ส่งเสริมการเจริญเติบโตของต้น ใบ และยอด
ไนโตรเจนในรูปไนเตรต (NO₃⁻) 10% พืชดูดซึมได้ทันที
แมกนีเซียม (MgO)* ตามสเปกผลิตภัณฑ์ เป็นองค์ประกอบของคลอโรฟิลล์ ช่วยการสังเคราะห์แสง

หมายเหตุ: ควรระบุเปอร์เซ็นต์ MgO หรือ Mg ให้ตรงกับฉลากสินค้าที่จำหน่ายจริง เพื่อให้ข้อมูลถูกต้องตามข้อกำหนดการขึ้นทะเบียนและฉลากผลิตภัณฑ์


ประโยชน์ของไนโตรเจนในรูปไนเตรต (NO₃⁻)

ไนโตรเจนเป็นธาตุอาหารหลักที่พืชต้องการในปริมาณมาก โดยเฉพาะในระยะเจริญเติบโตทางลำต้นและใบ ไนโตรเจนในรูปไนเตรตมีข้อดีคือสามารถถูกดูดซึมผ่านรากได้ทันที และมีบทบาทสำคัญในการสร้างกรดอะมิโน โปรตีน เอนไซม์ และกรดนิวคลีอิก (DNA และ RNA) ซึ่งจำเป็นต่อการแบ่งเซลล์และการสร้างเนื้อเยื่อใหม่

เมื่อพืชได้รับไนโตรเจนอย่างเพียงพอ จะช่วยส่งเสริมการแตกยอด การขยายพื้นที่ใบ การสร้างลำต้น และเพิ่มประสิทธิภาพในการสังเคราะห์แสง อย่างไรก็ตาม การให้ไนโตรเจนมากเกินความต้องการของพืชอาจทำให้พืชเจริญเติบโตทางใบมากเกินไปและไม่เหมาะในบางระยะ เช่น ระยะเตรียมออกดอกของพืชบางชนิด จึงควรใช้ให้สอดคล้องกับระยะการเจริญเติบโตของพืช


ความสำคัญของแมกนีเซียม (Magnesium)

แมกนีเซียมเป็นธาตุอาหารรองที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อพืช เพราะเป็นอะตอมศูนย์กลางของโมเลกุลคลอโรฟิลล์ ซึ่งเป็นรงควัตถุที่ใช้รับพลังงานแสงในกระบวนการสังเคราะห์แสง หากพืชได้รับแมกนีเซียมไม่เพียงพอ ความสามารถในการสร้างอาหารจะลดลง ส่งผลต่อการเจริญเติบโตและผลผลิต

นอกจากบทบาทในการสร้างคลอโรฟิลล์แล้ว แมกนีเซียมยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำงานของเอนไซม์หลายชนิด การสร้างและเคลื่อนย้ายคาร์โบไฮเดรต รวมถึงการลำเลียงน้ำตาลจากใบไปยังผล เมล็ด หรือหัวสะสมอาหาร จึงเป็นธาตุที่มีความสำคัญทั้งต่อพืชใบ พืชผล และพืชหัว

หลักการทำงานของปุ๋ย 10-0-0 แมกนีเซียมไนเตรท (Mechanism of Action)

ปุ๋ย 10-0-0 แมกนีเซียมไนเตรท (Magnesium Nitrate) เป็นปุ๋ยละลายน้ำที่ให้ธาตุอาหารสำคัญแก่พืชพร้อมกัน 2 ชนิด ได้แก่ ไนโตรเจนในรูปไนเตรต (Nitrate Nitrogen; NO₃⁻) และ แมกนีเซียม (Mg²⁺) ซึ่งต่างมีบทบาทเฉพาะในการเจริญเติบโตของพืช

เมื่อปุ๋ยละลายน้ำ ไอออนทั้งสองจะพร้อมให้รากพืชดูดซึมทันทีผ่านระบบราก โดยไม่ต้องรอการย่อยสลายหรือเปลี่ยนรูปเหมือนปุ๋ยไนโตรเจนบางชนิด เช่น ยูเรีย (Urea) หรือแอมโมเนียม (NH₄⁺)

การได้รับทั้งไนโตรเจนและแมกนีเซียมพร้อมกัน ทำให้พืชสามารถสร้างใบใหม่ เพิ่มพื้นที่ใบ และเพิ่มประสิทธิภาพการสังเคราะห์แสงได้อย่างมีประสิทธิภาพ


H2 การดูดซึมไนโตรเจนในรูปไนเตรต (NO₃⁻)

ไนโตรเจนเป็นธาตุอาหารหลักที่พืชต้องการมากที่สุด โดยเฉพาะในช่วงการเจริญเติบโตทางลำต้นและใบ

ไนโตรเจนมีหลายรูปแบบ เช่น

  • ยูเรีย (Urea)
  • แอมโมเนียม (NH₄⁺)
  • ไนเตรต (NO₃⁻)

สำหรับ ไนเตรต (NO₃⁻) ถือเป็นรูปแบบที่พืชสามารถดูดซึมได้ทันที เนื่องจากอยู่ในรูปประจุลบที่ละลายน้ำได้ดีและเคลื่อนที่ไปกับน้ำในดิน เมื่อรากพืชดูดน้ำ ไนเตรตก็จะถูกลำเลียงเข้าสู่เซลล์รากผ่านโปรตีนขนส่งเฉพาะ (Nitrate Transporters)

หลังจากนั้น พืชจะเปลี่ยนไนเตรตเป็นแอมโมเนียภายในเซลล์ผ่านเอนไซม์ Nitrate Reductase และ Nitrite Reductase ก่อนนำไปสร้างกรดอะมิโน โปรตีน เอนไซม์ และสารชีวโมเลกุลอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต

ประโยชน์ของไนโตรเจนในรูปไนเตรต

  • พืชดูดซึมได้รวดเร็ว
  • เร่งการแบ่งเซลล์
  • เพิ่มการแตกยอด
  • เพิ่มการแตกใบอ่อน
  • ส่งเสริมการขยายลำต้น
  • ช่วยสร้างโปรตีน
  • เพิ่มการสร้างเอนไซม์
  • ช่วยให้ใบมีสีเขียวสมบูรณ์

ทำไมไนเตรตจึงตอบสนองเร็วกว่ายูเรีย

ยูเรียจำเป็นต้องผ่านกระบวนการ

ยูเรีย

Ammonium

Nitrite

Nitrate

ก่อนที่พืชจะนำไปใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ในขณะที่ Magnesium Nitrate ให้ไนเตรตโดยตรง จึงไม่ต้องผ่านขั้นตอนดังกล่าว ทำให้พืชตอบสนองได้เร็วกว่า โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่จุลินทรีย์ในดินทำงานได้ไม่เต็มที่ เช่น ดินแห้งจัด ดินเย็น หรือดินที่มีสภาพไม่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพของไนโตรเจนแต่ละรูปแบบขึ้นอยู่กับชนิดพืช สภาพดิน และวิธีการจัดการร่วมด้วย


บทบาทของแมกนีเซียม (Mg)

แมกนีเซียมเป็นธาตุอาหารรองที่มีความสำคัญต่อพืชทุกชนิด

เนื่องจาก

แมกนีเซียมเป็นอะตอมศูนย์กลางของโมเลกุลคลอโรฟิลล์

คลอโรฟิลล์แต่ละโมเลกุลจะมีอะตอมแมกนีเซียมอยู่ตรงกลาง

หากพืชขาดแมกนีเซียม

จะไม่สามารถสร้างคลอโรฟิลล์ได้เต็มที่

ส่งผลให้

  • ใบซีด
  • ใบเหลือง
  • สังเคราะห์แสงลดลง
  • การสร้างน้ำตาลลดลง
  • การสร้างแป้งลดลง
  • การเจริญเติบโตช้าลง

แมกนีเซียมเกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์แสงอย่างไร

การสังเคราะห์แสง (Photosynthesis)

เป็นกระบวนการที่พืชเปลี่ยน

แสงอาทิตย์

น้ำ

ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

ให้กลายเป็น

  • น้ำตาล
  • พลังงาน
  • ออกซิเจน

แมกนีเซียมมีบทบาทโดยตรงในการรับพลังงานแสงหากแมกนีเซียมเพียงพอพืชจะสามารถ

  • สร้างน้ำตาลได้มากขึ้น
  • สร้างแป้งได้มากขึ้น
  • สร้างพลังงานมากขึ้น
  • เพิ่มประสิทธิภาพการเจริญเติบโต

แมกนีเซียมช่วยกระตุ้นเอนไซม์มากกว่า 300 ชนิด

จากงานวิจัยด้าน Plant Physiology

แมกนีเซียมมีบทบาทในการกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์จำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับ

  • การสังเคราะห์โปรตีน
  • การสร้าง ATP
  • การแบ่งเซลล์
  • การสังเคราะห์กรดนิวคลีอิก (DNA และ RNA)
  • การเคลื่อนย้ายน้ำตาล
  • การสร้างแป้ง

จึงถือเป็นธาตุอาหารที่ส่งผลต่อการเผาผลาญพลังงานของพืชแทบทุกกระบวนการ


การเคลื่อนย้ายน้ำตาลภายในต้นพืช

หลังจากใบสร้างน้ำตาลจากการสังเคราะห์แสงน้ำตาลจะถูกลำเลียงผ่านท่อลำเลียงอาหาร (Phloem)ไปยัง

  • ผล
  • เมล็ด
  • หัว
  • ราก
  • ยอดอ่อน

แมกนีเซียมมีบทบาทสำคัญต่อกระบวนการลำเลียงนี้หากพืชขาดแมกนีเซียมน้ำตาลจะเคลื่อนย้ายได้ลดลง  จึงพบอาการ

  • ผลโตช้า
  • หัวไม่ลงแป้ง
  • เมล็ดไม่เต็ม
  • การสะสมอาหารลดลง

 อาการขาดแมกนีเซียม (Magnesium Deficiency)

แมกนีเซียมเป็นธาตุที่เคลื่อนย้ายภายในต้นพืชได้ (Mobile Nutrient)เมื่อพืชขาดแมกนีเซียมต้นพืชจะดึงแมกนีเซียมจากใบแก่ไปเลี้ยงใบอ่อนก่อน  ดังนั้น อาการจึงเริ่มที่ ใบแก่ก่อนเสมอ


อาการที่พบได้บ่อย

✔ ใบแก่เหลืองระหว่างเส้นใบ

✔ เส้นใบยังเขียว

✔ ใบลายคล้ายก้างปลา

✔ ใบซีดจากขอบเข้าสู่กลางใบ

✔ สังเคราะห์แสงลดลง

✔ แตกยอดช้า

✔ ต้นโทรม

✔ ผลผลิตลดลง


พืชที่มักพบอาการขาดแมกนีเซียม

  • ทุเรียน
  • มังคุด
  • มะม่วง
  • ลำไย
  • ส้ม
  • ปาล์มน้ำมัน
  • ยางพารา
  • ข้าวโพด
  • อ้อย
  • มันสำปะหลัง
  • แตงโม
  • เมล่อน
  • พริก
  • มะเขือเทศ
  • พืชผักใบ

โดยเฉพาะใน

  • ดินทราย
  • ดินกรด
  • ดินที่มีโพแทสเซียมสูง
  • ดินที่ใส่ปุ๋ยโพแทสเซียมต่อเนื่องเป็นเวลานาน

เนื่องจากโพแทสเซียม (K⁺) แมกนีเซียม (Mg²⁺) และแคลเซียม (Ca²⁺) อาจเกิดการแข่งขันในการดูดซึมที่ราก หากธาตุใดธาตุหนึ่งมีมากเกินไป จึงควรบริหารสมดุลของธาตุอาหาร ไม่ใช่เพิ่มเพียงชนิดเดียว


ทำไมแมกนีเซียมไนเตรทจึงเหมาะสำหรับการพ่นทางใบ

แมกนีเซียมไนเตรทมีคุณสมบัติละลายน้ำได้ดีและแตกตัวเป็นไอออนได้รวดเร็ว ทำให้สามารถใช้ในการพ่นทางใบได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อใช้อัตราที่เหมาะสม

การพ่นทางใบเหมาะในกรณีที่

  • ต้องการแก้อาการขาดแมกนีเซียมอย่างรวดเร็ว
  • ระบบรากทำงานลดลงจากน้ำท่วม ความแห้งแล้ง หรือดินมีปัญหา
  • ต้องการเสริมธาตุอาหารในช่วงที่พืชต้องการสูง

ควรพ่นในช่วงเช้าหรือช่วงเย็น และหลีกเลี่ยงการพ่นในช่วงแดดจัดเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอาการไหม้ของใบ


พืชที่แนะนำสำหรับการใช้ปุ๋ย 10-0-0 แมกนีเซียมไนเตรท

ปุ๋ย 10-0-0 แมกนีเซียมไนเตรท เหมาะสำหรับพืชทุกชนิดที่อยู่ในช่วงเจริญเติบโตทางลำต้นและใบ รวมถึงพืชที่มีอาการขาดแมกนีเซียม หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการสังเคราะห์แสง โดยเฉพาะในช่วงที่พืชกำลังสร้างใบใหม่ ฟื้นตัวหลังการเก็บเกี่ยว หรือเร่งการสร้างทรงพุ่ม

เหมาะสำหรับ

  • ทุเรียน
  • มังคุด
  • เงาะ
  • ลองกอง
  • ลำไย
  • ลิ้นจี่
  • มะม่วง
  • ส้ม
  • มะนาว
  • ปาล์มน้ำมัน
  • ยางพารา
  • อ้อย
  • ข้าวโพด
  • มันสำปะหลัง
  • ข้าว
  • พริก
  • มะเขือเทศ
  • แตงโม
  • เมล่อน
  • ผักใบทุกชนิด
  • ไม้ดอกไม้ประดับ
  • ไฮโดรโปนิกส์ (ใช้ตามสูตรธาตุอาหารที่เหมาะสม)

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับปุ๋ย 10-0-0 แมกนีเซียมไนเตรท

1. ปุ๋ย 10-0-0 แมกนีเซียมไนเตรท ใช้ทำอะไร?

ปุ๋ย 10-0-0 แมกนีเซียมไนเตรท ใช้สำหรับบำรุงต้นและใบ เร่งการแตกใบอ่อน เพิ่มคลอโรฟิลล์ ช่วยให้ใบเขียวเข้ม ส่งเสริมการสังเคราะห์แสง และฟื้นฟูต้นพืชหลังการเก็บเกี่ยวหรือหลังจากเผชิญสภาพแวดล้อมที่ทำให้ต้นอ่อนแอ


2. แมกนีเซียมไนเตรทต่างจากแมกนีเซียมซัลเฟตอย่างไร?

แมกนีเซียมไนเตรทให้ทั้งไนโตรเจนในรูปไนเตรตและแมกนีเซียม จึงเหมาะสำหรับช่วงเร่งการเจริญเติบโต ส่วนแมกนีเซียมซัลเฟตให้แมกนีเซียมและกำมะถัน แต่ไม่มีไนโตรเจน จึงเหมาะสำหรับการเสริมแมกนีเซียมโดยไม่ต้องการเพิ่มไนโตรเจน


3. แมกนีเซียมไนเตรทใช้กับทุเรียนได้หรือไม่?

ใช้ได้ เหมาะสำหรับช่วงฟื้นต้นหลังเก็บเกี่ยว ระยะแตกใบอ่อน และการสร้างทรงพุ่ม เพราะช่วยเพิ่มพื้นที่ใบและประสิทธิภาพการสังเคราะห์แสง อย่างไรก็ตาม ไม่ควรใช้ไนโตรเจนในปริมาณสูงในช่วงที่ต้องการชักนำการออกดอก เว้นแต่มีเหตุผลด้านการจัดการธาตุอาหาร


4. ใช้กับข้าวโพดได้หรือไม่?

ได้ โดยเฉพาะระยะ 3–6 ใบ และช่วงเร่งการเจริญเติบโต ซึ่งเป็นช่วงที่ข้าวโพดต้องการไนโตรเจนและแมกนีเซียมสูงเพื่อสร้างใบและลำต้น


5. ใช้กับอ้อยได้หรือไม่?

ได้ เหมาะสำหรับช่วงแตกกอและเร่งต้น ช่วยให้ใบเขียว เพิ่มการสังเคราะห์แสง และส่งเสริมการสร้างมวลชีวภาพ


6. ใช้กับมันสำปะหลังได้หรือไม่?

ได้ เหมาะในช่วงสร้างทรงพุ่มก่อนลงหัว เพราะใบที่สมบูรณ์ช่วยเพิ่มการสร้างคาร์โบไฮเดรตซึ่งเป็นพื้นฐานของการสะสมแป้งในระยะต่อไป


7. พ่นทางใบหรือให้ทางดิน แบบไหนดีกว่า?

ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์

  • ต้องการแก้อาการขาดแมกนีเซียมอย่างรวดเร็ว → พ่นทางใบ
  • ต้องการบำรุงต่อเนื่อง → ให้ทางดินหรือระบบน้ำหยด
  • ในหลายกรณี การใช้ร่วมกันทั้งสองวิธีให้ผลดีที่สุด

8. ใช้ร่วมกับแคลเซียมไนเตรทได้หรือไม่?

ใช้ได้ แต่หากผสมในสารละลายเข้มข้น ควรจัดการตามระบบ A/B หรือทดสอบการผสมก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการตกตะกอนเมื่อมีสารอื่นร่วมอยู่ในถัง


9. ผสมกับปุ๋ยสูตร 29-9-9 ได้หรือไม่?

ได้ หากสูตรมีความเข้ากันได้และผ่านการทดสอบการผสม (Jar Test) ก่อนใช้งานจริง การผสมควรคำนึงถึงความเข้มข้นและคุณภาพน้ำด้วย


10. แมกนีเซียมไนเตรทช่วยให้ใบเขียวจริงหรือไม่?

ช่วยได้ หากอาการใบซีดเกิดจากการขาดแมกนีเซียมหรือไนโตรเจน การได้รับธาตุอาหารที่เหมาะสมจะช่วยให้พืชสร้างคลอโรฟิลล์และฟื้นตัวได้ แต่หากใบเหลืองเกิดจากโรค รากเสียหาย หรือการขาดธาตุอื่น การแก้ไขต้องตรงกับสาเหตุ


11. อาการขาดแมกนีเซียมดูอย่างไร?

อาการเด่นคือ

  • ใบแก่เหลืองระหว่างเส้นใบ
  • เส้นใบยังเขียว
  • ใบลายคล้ายก้างปลา
  • ใบร่วงก่อนเวลา

12. ควรพ่นกี่วันครั้ง?

โดยทั่วไปทุก 7–14 วัน ในช่วงที่พืชมีการเจริญเติบโตสูง หรือปรับตามสภาพพืชและโปรแกรมการให้ปุ๋ยของแต่ละแปลง


13. ใช้ในระบบน้ำหยดได้หรือไม่?

ได้ เนื่องจากละลายน้ำได้ดี เหมาะสำหรับระบบ Fertigation แต่ควรละลายให้หมดและตรวจสอบคุณภาพน้ำเพื่อป้องกันปัญหาในระบบ


14. ใช้กับพืชผักได้หรือไม่?

ได้ เหมาะกับผักใบทุกชนิด โดยเฉพาะในช่วงเร่งการเจริญเติบโตและการสร้างใบ


15. ใช้กับไม้ดอกได้หรือไม่?

ได้ ช่วยให้ต้นแข็งแรง ใบสมบูรณ์ และเพิ่มประสิทธิภาพการสร้างอาหารของพืช


16. ใช้กับไฮโดรโปนิกส์ได้หรือไม่?

ได้ แต่ควรใช้ตามสูตรธาตุอาหารที่ออกแบบสำหรับระบบไฮโดรโปนิกส์ และควบคุมค่า EC และ pH ให้เหมาะสม


17. ทำไมใบยังเหลืองแม้ใส่แมกนีเซียมไนเตรทแล้ว?

อาจเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น

  • รากเสียหาย
  • ดินแฉะ
  • โรคราก
  • ขาดเหล็ก
  • ขาดแมงกานีส
  • ขาดไนโตรเจนรุนแรง
  • pH ดินไม่เหมาะสม

ควรวิเคราะห์สาเหตุร่วมด้วย ไม่ควรสรุปจากอาการเพียงอย่างเดียว


18. แมกนีเซียมไนเตรททำให้ใบไหม้หรือไม่?

หากใช้ในอัตราที่เหมาะสมและพ่นในช่วงอากาศไม่ร้อนจัด โดยทั่วไปไม่ควรทำให้ใบไหม้ แต่การใช้สารละลายเข้มข้นเกินไปหรือพ่นในช่วงแดดจัดสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการไหม้ได้


19. ควรใช้ช่วงไหนของวัน?

แนะนำ

  • ก่อน 9 โมงเช้า
  • หลัง 4 โมงเย็น

เพื่อช่วยลดการระเหยของน้ำและลดความเสี่ยงต่อการเกิดความเสียหายที่ใบ


20. แมกนีเซียมไนเตรทใช้แทนปุ๋ยหลักได้หรือไม่?

ไม่ได้

แมกนีเซียมไนเตรทเป็นปุ๋ยสำหรับเสริมไนโตรเจนและแมกนีเซียม ยังจำเป็นต้องให้ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และธาตุอาหารอื่นตามความต้องการของพืชในแต่ละระยะ

ส่วนประกอบ

ค่าปุ๋ย

ไนโตรเจน 10%
ฟอสฟอรัส 0%
โพแทสเซียม 0%
แมกนีเซียม 15%

 

คุณสมบัติช่วยบำรุง


เปรียบเทียบกับปุ๋ยสูตรใกล้เคียง

คุณสมบัติ 10-0-0 Magnesium Nitrate 10-0-0 Magnesium Sulfate 15-0-0 Calcium Nitrate 13-0-46 Potassium Nitrate
ให้ไนเตรน
ให้แมกนีเซียม
ให้แคลเซียม
ให้โพแทสเซียม
เร่งใบเขียว ★★★★★ ★★★★☆ ★★★★☆ ★★★☆☆
ฟื้นต้น ★★★★★ ★★★★☆ ★★★★★ ★★★☆☆
ใช้ช่วงแตกใบ ★★★★★ ★★★★☆ ★★★★★ ★★★☆☆
ใช้ช่วงขยายผล ★★☆☆☆ ★★★☆☆ ★★★☆☆ ★★★★★

ตารางอัตราการใช้ปุ๋ย 10-0-0 แมกนีเซียมไนเตรท

หมายเหตุ: อัตราต่อไปนี้เป็นแนวทางทั่วไป ควรปรับตามผลการวิเคราะห์ดิน น้ำ และความต้องการของพืชในแต่ละพื้นที่

พืช พ่นทางใบ ระบบน้ำหยด/Fertigation หว่านทางดิน
ทุเรียน 30–50 กรัม / น้ำ 20 ลิตร 1–3 กก./ไร่/ครั้ง ตามโปรแกรมธาตุอาหารของสวน
มังคุด 30–50 กรัม 1–3 กก./ไร่ ตามความเหมาะสม
มะม่วง 30–50 กรัม 1–3 กก./ไร่ ตามความเหมาะสม
ลำไย 30–50 กรัม 1–3 กก./ไร่ ตามความเหมาะสม
อ้อย 30–40 กรัม 1–2 กก./ไร่ ใช้ร่วมกับปุ๋ยหลัก
ข้าวโพด 30–40 กรัม 1–2 กก./ไร่ ใช้เสริมตามความจำเป็น
มันสำปะหลัง 30–40 กรัม 1–2 กก./ไร่ ใช้เสริมตามความจำเป็น
ข้าว 20–30 กรัม 1–2 กก./ไร่ ใช้ตามโปรแกรม
ผักใบ 20–30 กรัม 0.5–1 กก./ไร่ ไม่ค่อยนิยม
พืชโรงเรือน 20–30 กรัม ปรับตาม EC ของระบบ ไม่แนะนำ

ระยะที่เหมาะสมในการใช้

ทุเรียน

เหมาะในช่วง

✅ ฟื้นต้นหลังเก็บเกี่ยว

✅ เร่งแตกใบอ่อน

✅ สร้างใบชุดใหม่

✅ ขยายทรงพุ่ม

ควรลดการใช้เมื่อเข้าสู่ระยะสะสมอาหารเพื่อเตรียมออกดอก เว้นแต่ผลการวิเคราะห์หรือสภาพต้นบ่งชี้ว่าจำเป็นต้องเสริมไนโตรเจน


มังคุด

  • แตกใบอ่อน
  • ฟื้นต้น
  • สร้างทรงพุ่ม

มะม่วง

  • หลังเก็บเกี่ยว
  • แตกใบอ่อน
  • ฟื้นต้น

ข้าวโพด

  • ระยะ 3–6 ใบ
  • ระยะเจริญเติบโตทางลำต้น

อ้อย

  • แตกกอ
  • เร่งต้น
  • เพิ่มพื้นที่ใบ

มันสำปะหลัง

  • อายุ 15–60 วัน

ช่วงสร้างทรงพุ่ม

เพิ่มพื้นที่สังเคราะห์แสง


ข้าว

  • ระยะแตกกอ

วิธีใช้ปุ๋ย 10-0-0 แมกนีเซียมไนเตรท

1. พ่นทางใบ

เหมาะสำหรับ

  • แก้อาการขาดแมกนีเซียม
  • เร่งใบเขียว
  • เพิ่มคลอโรฟิลล์
  • ฟื้นต้นอย่างรวดเร็ว

ควรพ่น

  • ตอนเช้า
  • หรือช่วงเย็น

หลีกเลี่ยง

  • แดดจัด
  • ฝนใกล้ตก

2. ระบบน้ำหยด (Fertigation)

เหมาะสำหรับ

  • สวนผลไม้
  • โรงเรือน
  • พืชไร่ระบบน้ำ

ข้อดี

  • กระจายธาตุอาหารสม่ำเสมอ
  • ประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยสูง
  • ลดการสูญเสียธาตุอาหาร

3. หว่านทางดิน

สามารถใช้ได้

แต่ควรให้น้ำตามทันที

เพื่อช่วยให้ไนเตรตและแมกนีเซียมละลายและเคลื่อนเข้าสู่บริเวณราก


ใช้ร่วมกับปุ๋ยสูตรใดได้บ้าง

สามารถใช้ร่วมกับ

  • 29-9-9
  • 25-5-5
  • 15-9-20
  • 12-12-17
  • MIX EDTA
  • สาหร่ายทะเล
  • กรดอะมิโน
  • ฮิวมิก
  • ฟูลวิก

เพื่อเสริมประสิทธิภาพการเจริญเติบโตและการสร้างใบ


ข้อควรระวังในการผสม

ควรทดสอบความเข้ากันได้ (Jar Test) ก่อนผสมทุกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อต้องผสมหลายชนิดในถังเดียว

โดยทั่วไป ไม่ควรผสมในถังเดียวกับปุ๋ยหรือสารที่มีฟอสเฟตหรือซัลเฟตเข้มข้น เพราะอาจเกิดการตกตะกอนและลดประสิทธิภาพของธาตุอาหาร โดยเฉพาะในสารละลายที่มีความเข้มข้นสูง

หากใช้ในระบบ A/B ของการให้ปุ๋ย ควรแยกถังตามหลักการจัดการธาตุอาหารเพื่อป้องกันการเกิดตะกอน


ข้อดีของปุ๋ย 10-0-0 แมกนีเซียมไนเตรท

✅ ให้ไนโตรเจนในรูปไนเตรตที่พืชดูดซึมได้รวดเร็ว

✅ เสริมแมกนีเซียมในผลิตภัณฑ์เดียว

✅ เพิ่มการสร้างคลอโรฟิลล์

✅ เพิ่มประสิทธิภาพการสังเคราะห์แสง

✅ ส่งเสริมการแตกใบอ่อน

✅ เพิ่มพื้นที่ใบ

✅ ฟื้นฟูต้นหลังการเก็บเกี่ยว

✅ เหมาะสำหรับระบบน้ำหยดและการพ่นทางใบ

✅ ละลายน้ำได้ดี

✅ ไม่มีคลอไรด์ เหมาะกับพืชที่ไวต่อคลอไรด์


ข้อควรระวังในการใช้

  • ใช้ตามอัตราที่เหมาะสมกับชนิดพืชและระยะการเจริญเติบโต
  • หลีกเลี่ยงการให้ไนโตรเจนมากเกินไปในช่วงที่พืชควรสะสมอาหารเพื่อการออกดอกหรือสร้างผล
  • พ่นทางใบในช่วงเช้าหรือเย็น และหลีกเลี่ยงสภาพอากาศร้อนจัด
  • หากใช้ร่วมกับสารเคมีหรือปุ๋ยชนิดอื่น ควรทดสอบการผสมก่อนใช้งานจริง
  • เก็บรักษาในที่แห้ง ปิดภาชนะให้สนิท เพื่อป้องกันการดูดความชื้น
  • สั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางเฟสบุ๊ค  คลิก  m.me/DTWPHYDROPONIC
  • สั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางไลน์  คลิก  https://lin.ee/rZav50E
  • โทร 02-7498597

ข้อมูลเพิ่มเติม

น้ำหนัก 25 กก.
มีแมกนีเซียม 15%

มีแมกนีเซียม 15%
ช่วยในการสร้างคลอโรฟิลล์ หรือความเขียวให้กับพืช ช่วยให้พืชปรุงอาหารได้ดีขึ้น
ช่วยในการเคลื่อนย้ายธาตุฟอสฟอรัสได้ดีขึ้น และเพิ่มการใช้ธาตุเหล็กได้มากขึ้น
ช่วยกระตุ้นการทำงานของน้ำย่อยต่างๆ ในพืช
ช่วยเสริมสร้างให้พืชไม่ชะงักการเจริญเติบโตในช่วงที่มีอากาศหนาวเย็น
ช่วยเร่งใบเขียว ใบดำ เหมาะกับการทำให้ใบแก่ได้ไวยิ่งขึ้น
ไนเตรท ช่วยบำรุงใบได้ไวขึ้น ใช้พ่นทางใบ ระบบน้ำหยด และไฮโดรโปนิกส์ได้

มีไนโตรเจน รูปไนเตรท

ไนเตรท (Nitrate) เป็นหนึ่งในรูปแบบของไนโตรเจนที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาของพืช ซึ่งมีประโยชน์หลายประการต่อพืชดังนี้:
สร้างสารอินทรีย์: ไนเตรทเป็นแหล่งไนโตรเจนที่สำคัญในกระบวนการสังเคราะห์แสงของพืช ซึ่งใช้เป็นองค์ประกอบหลักในการสร้างสารอินทรีย์ เช่น น้ำตาล แป้ง และโปรตีน ที่เป็นสารอาหารสำคัญสำหรับพืชเองและส่วนอื่น ๆ ในระบบนิเวศน์
ส่งเสริมการเจริญเติบโต: การให้ไนเตรทต่อพืชช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของรากและส่วนบนของพืช เช่น ใบ ลำต้น และดอก ทำให้พืชเจริญเติบโตอย่างมีสมรรถนะ
เพิ่มความแข็งแรงให้กับพืช: ไนเตรทช่วยในกระบวนการสร้างเซลล์ใหม่และสารพิษที่ช่วยป้องกันพืชจากการโทรมเนื่องจากสภาวะที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคและแมลง